ท่ามกลางเทคโนโลยีความงามที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง “การฉีดไขมัน” (Fat Transfer หรือ Fat Grafting) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้วยแนวคิดการใช้ไขมันจากร่างกายตัวเองมาเติมเต็มและฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ ทำให้วิธีนี้ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติ บทความนี้จะชวนทำความรู้จักกับการฉีดไขมัน ตั้งแต่หลักการทำงาน ประโยชน์ ข้อควรรู้ต่าง ๆ ของการฉีดไขมัน เพื่อที่จะสามารถประเมินได้ว่าการฉีดไขมันเหมาะกับตนเองหรือเปล่า

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ ได้ที่นี่เลยค่ะ

Highlight

  • การฉีดไขมัน (Fat Transfer) คือการใช้ไขมันจากร่างกายผู้รับการรักษาเองมาเติมเต็มบริเวณที่ต้องการ เช่น ใบหน้า หรือร่างกาย เพื่อเพิ่มปริมาตรและฟื้นฟูผิว
  • กระบวนการนี้ประกอบด้วยการดูดไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสม, การทำให้ไขมันบริสุทธิ์, และการฉีดไขมันกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องการ
  • ข้อแตกต่างระหว่างการฉีดไขมันกับฟิลเลอร์คือ การฉีดไขมันใช้ไขมันจากร่างกายตัวเอง จึงปลอดภัยและผลลัพธ์ยาวนานกว่า ในขณะที่ฟิลเลอร์ใช้สารสังเคราะห์และมีอายุการใช้งานสั้นกว่า
  • การฉีดไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรหรือปรับโครงหน้าตามธรรมชาติและผู้ที่มีไขมันส่วนเกินในบางบริเวณ
  • ข้อดีหลัก ๆ ของการฉีดไขมันคือ ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและไม่แพ้ แต่มีข้อเสียเช่น อาจมีการบวมและช้ำหลังทำ และต้องใช้เวลาพักฟื้นมากกว่าฟิลเลอร์

กระบวนการฉีดไขมันประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ในการเติมและฉีดไขมัน มีขั้นตอนที่เราควรทราบดังนี้

  • การเก็บไขมัน : การดูดไขมันจะเริ่มจากบริเวณที่มีไขมันสะสม โดยแพทย์จะเลือกตำแหน่งที่มีไขมันสะสมพอเหมาะ เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก
  • การทำให้บริสุทธิ์ : เป็นการแยกเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพดีออกมา ด้วยเทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยคัดกรองเฉพาะเซลล์ไขมันที่สมบูรณ์และมีชีวิต กำจัดของเหลวและสิ่งปนเปื้อนออกไป ทำให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพสูงสำหรับการฉีดกลับ
  • การนำกลับ : เป็นการฉีดไขมันที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์กลับเข้าสู่บริเวณเป้าหมาย โดยแพทย์จะใช้เทคนิคในการฉีดเข้าไปในชั้นผิวต่าง ๆ เพื่อให้ไขมันกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและให้เส้นเลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงสารอาหารแก่ผิวได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ไขมันมีอัตราการรอดชีวิตสูงและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

การฉีดไขมันคืออะไร?

การฉีดไขมัน (Fat Transfer หรือ Fat Grafting) เป็นวิธีการเสริมความงามที่ใช้ไขมันจากร่างกายของผู้รับการรักษาเอง โดยนำไขมันจากส่วนที่มีมากเกินไป เช่น หน้าท้องหรือต้นขา มาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ แล้วฉีดกลับเข้าไปในบริเวณที่ต้องการเพิ่มปริมาตร วิธีนี้ได้รับความนิยมเพราะใช้เนื้อเยื่อจากร่างกายตัวเอง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการระคายเคืองจากการฉีดไขมัน

การฉีดไขมัน Fat Grafting

 ฉีดไขมันแบบเก่ากับฉีดไขมันแบบใหม่ แตกต่างกันอย่างไร?

การฉีดไขมันในแบบดั้งเดิม มีกระบวนการที่ค่อนข้างพึ่งพาความชำนาญของแพทย์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีโอกาสเกิด Human Error สูงกว่าการฉีดไขมันแบบใหม่ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์มากกว่าเดิม เรามาดูกันว่าการฉีดไขมันแบบเก่า VS การฉีดไขมันแบบใหม่ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

การฉีดไขมันแบบเก่า

การฉีดไขมันแบบเก่า จะมีขั้นตอนการเก็บไขมันด้วยวิธีแบบดั้งเดิมคือ การดูดไขมันแบบ Mannual จะเป็นการดูดไขมันโดยไม่ใช้ความร้อน โดยแพทย์จะทำการดูดไขมันภายใต้ระบบปิดเพื่อให้ปลอดเชื้อ จากกนั้นจะนำเซลล์ไขมันที่ได้มาคัดเอาของเหลวที่ไม่ใช้ออก นำเซลล์ไขมันที่ได้มากรองให้มีขนาดเล็กลงด้วยตะแกรงที่แพทย์ออกแบบเอง และนำไปเติมต่อทันที

วิธีฉีดไขมันแบบนี้ จะมีโอกาสทำให้อัตราการอยู่รอดของเซลล์ไขมันน้อยลง เนื่องจากไม่ได้เป็นการใช้อุปกรณ์เฉพาะเพื่อเก็บ กรอง เติมไขมัน ทำให้แพทย์ต้องเติมไขมันเผื่อในปริมาณมาก หน้าจึงบวมเยอะ และไขมันที่เติมไปอาจถูกดูดซึมกลับจนไม่เห็นผลชัดเจน 

การฉีดไขมันแบบใหม่

การฉีดไขมันแบบใหม่ จะมีขั้นตอนการเก็บไขมันด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างที่นิยมกันเช่น การใช้เครื่องดูดไขมันพลังงานน้ำ (Water-assisted liposuction) ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดความร้อน ไขมันแยกตัวออกจากกันอย่างอ่อนโยน ทำให้อัตราการรอดชีวิตของเซลล์สูงขึ้น

นอกจากนี้ การนำ LipoCube เข้ามาใช้กรองไขมัน ยังช่วยกระตุ้นการสร้าง SVF ในปริมาณที่มากขึ้น จึงมีส่วนช่วยให้ไขมันที่ฉีดติดดียิ่งกว่า โดยที่แพทย์ไม่ต้องเติมเผื่อยุบแต่อย่างใด รวมไปถึงขั้นตอนการเติมที่ใช้ Maft Gun แทนการใช้หลอดฉีดยาก็ช่วยลด Human Error ได้ดี เพราะเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความชำนาญของแพทย์โดยสมบูรณ์ ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดไขมันออกมาชัดเจนกว่า และมีคุณภาพในระยะยาวด้วย

ตารางเปรียบเทียบการฉีดไขมันแบบเก่า VS การฉีดไขมันแบบใหม่

ประเภทการฉีดไขมัน

การฉีดไขมันแบบดั้งเดิม
(Traditional Fat-Grafting)

การฉีดไขมันแบบใหม่
(LipoCube Fat-Grafting) 

ที่มาของไขมันที่นำมาใช้

ดูดไขมันจากร่างกาย นำไขมันมากรองผ่านตะแกรง แล้วนำมาฉีดกลับโดยตรง

ดูดไขมันและแยกเซลล์ไขมันคุณภาพดีด้วยเครื่องกรองไขมันความละเอียดสูง LipoCube

คุณสมบัติ

ได้เซลล์ไขมันที่มีชีวิตรอดปนกับไขมันที่อาจเสียชีวิตแล้ว จึงมีโอกาสการถูกดูดซึมกลับของร่างกายสูง

ไขมันที่ผ่านการกรองด้วย LipoCube มีขนาดเล็ก เท่ากันสม่ำเสมอ และอุดมด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (SVF)

เพิ่มอัตราการติดของไขมัน และลดการดูดซึมกลับของร่างกาย

เหมาะกับ

– ผู้ที่ต้องการเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการเล็กน้อย
– ผู้ที่ต้องการเติมเต็มเพียงระยะสั้น

– ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ติดทนในระยะยาว
– ผู้ที่ต้องการกระตุ้นการฟื้นฟูผิวให้ฉ่ำวาว อิ่มน้ำ
– ผู้ที่มีอายุมาก ผิวขาดความยืดหยุ่น
– ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้แข็งแรง

ข้อดี

– ค่าใช้จ่ายถูกกว่า
– กระบวนการทำไม่ซับซ้อน
– อาจเจ็บน้อยกว่า (ขึ้นอยู่กับกระบวนการที่เลือก)

– ติดทนนานกว่า

– ฟื้นตัวได้ดีกว่า ไม่ต้องรอยุบบวมนาน
– ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูอ่อนเยาว์
– ผิวแข็งแรงมากยิ่งขึ้นจากภายใน

เวลาพักฟื้น

5-7 วัน อาจมีอาการบวมและยุบลงบางส่วนในช่วงแรก

3-5 วัน อาการบวมน้อยกว่าการฉีดไขมันแบบดั้งเดิม

ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์

ประมาณ 40-50% ของไขมันที่ฉีดจะติดถาวร ส่วนที่เหลือจะถูกดูดซึมกลับในช่วง 6 เดือนแรก

อัตราการติดของไขมันสูงขึ้น อยู่ได้นานกว่า 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น

ข้อแตกต่างระหว่างการฉีดไขมันกับฟิลเลอร์?

การฉีดไขมันและฟิลเลอร์มีความแตกต่างกันในหลายด้าน โดยการฉีดไขมันจะใช้เนื้อเยื่อจากร่างกายของผู้รับการรักษาเอง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนานกว่า แต่ต้องผ่านขั้นตอนการดูดไขมันก่อน ในขณะที่ฟิลเลอร์ใช้สารสังเคราะห์ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย สามารถทำได้รวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านการดูดไขมัน แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้ การเลือกวิธีใดขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ประโยชน์ของการฉีดไขมัน

การฉีดไขมันมีประโยชน์หลากหลายด้านสำหรับการเสริมความงาม ได้แก่

  • เพิ่มปริมาตรและช่วยเติมเต็มไขมันให้ใบหน้าที่บางลงตามวัย 
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับโครงหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น 
  • ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากภายใน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงเนื่องจากใช้เนื้อเยื่อจากร่างกายของผู้รับการรักษาเอง ทำให้ไม่เกิดการแพ้หรือการต่อต้านจากร่างกายเมื่อเทียบกับสารเติมเต็มชนิดอื่น ๆ

เราสามารถฉีดไขมันตรงไหนได้บ้าง?

การฉีดไขมันสามารถทำได้หลายตำแหน่งในร่างกาย ทั้งบริเวณใบหน้าอย่างแก้ม ร่องแก้ม และขมับ ที่มักมีปัญหาไขมันฝ่อตามวัย รวมถึงริมฝีปากที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่ม คางที่ต้องการเสริมให้เด่นชัด หน้าผากที่ต้องการเพิ่มความโดดเด่นให้ใบหน้า และใต้ตาที่มักมีร่องลึกทำให้ดูอ่อนล้า นอกจากนี้ยังสามารถฉีดในส่วนอื่นของร่างกาย เช่น มือที่ดูเหี่ยวและมีเส้นเลือดปูดนูน หน้าอกที่ต้องการเพิ่มขนาด และสะโพกที่ต้องการปรับรูปทรงให้สวยงาม โดยแต่ละตำแหน่งจะใช้เทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การฉีดไขมันเหมาะกับใคร?

การฉีดไขมันเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีริ้วรอยบนใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรใบหน้า
  • ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินในจุดอื่น ๆ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ธรรมชาติ

ไม่เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีไขมันน้อยเกินไป
  • ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด
  • สตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง

การฉีดไขมันมีกี่แบบ?

ในปัจจุบันการฉีดไขมันได้พัฒนาไปไกลกว่าการเพียงแค่ดูดและฉีดกลับเข้าไปใหม่ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้มีวิธีการและนวัตกรรมที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของเซลล์ไขมันและให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ที่ AMARA ได้นำเทคโนโลยีชั้นนำมาให้บริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้

Lipocube 

Lipocube เป็นนวัตกรรมการเก็บรักษาไขมันที่ช่วยให้ไขมันมีอัตราการรอดชีวิตสูง ด้วยการแปรรูปไขมันให้เป็นก้อนลูกบาศก์ขนาดเล็ก ทำให้ไขมันได้รับออกซิเจนอย่างทั่วถึง เทคโนโลยีนี้แก้ปัญหาการฉีดไขมันแบบดั้งเดิมที่มักมีข้อจำกัดเรื่องขนาดเซลล์ไขมันไม่สม่ำเสมอจากการใช้ตะแกรงตัดแบบประกอบเอง นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ต้นกำเนิดSVF ที่ช่วยส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดใหม่ ทำให้เซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น

Lipocube SVF

Lipocube SVF เป็นเทคโนโลยีที่นำ Stem Cells จากไขมันมาใช้ในการฟื้นฟูผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้เซลล์ต้นกำเนิดยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวแลดูสดใสและมีสุขภาพดีจากภายใน ถือเป็นอีกวิธีการเติมไขมันที่ได้รับความนิยมและได้ประสิทธิภาพเป็นอย่างดี

Lipo Bank

Lipo Bank คือบริการจัดเก็บไขมันในอุณหภูมิต่ำ -196°C เพื่อรักษาคุณภาพของเซลล์ไขมัน มีจุดเด่นคือ ช่วยรักษาความมีชีวิตของเซลล์ไขมันได้ยาวนาน ด้วยกระบวนการแบบระบบปิดที่ป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม จึงทำให้ปลอดภัยสำหรับการนำเซลล์ไขมันกลับมาใช้ในอนาคต

MAFT Gun

MAFT Gun เป็นเครื่องมือฉีดไขมันความแม่นยำสูง ควบคุมปริมาณไขมันที่ฉีดได้อย่างละเอียด ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับความละเอียดของหยดไขมันได้ถึง 6 ระดับ ทำให้แพทย์สามารถควบคุมการฉีดได้แม่นยำในทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการความประณีตสูง ส่งผลให้ผิวหลังฉีดไขมันเรียบเนียนสม่ำเสมอ ไม่เกิดการจับตัวเป็นก้อน ลดความเสี่ยงของการเกิดรอยบวมช้ำ และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

Maft Gun คืออะไร? ไปชมคลิปนี้จากหมอไอซ์ AMARA


วิธีที่ไขมันช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น

การฉีดไขมันหน้าเด็กช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้ผิวได้หลายด้าน โดยเริ่มจากการเพิ่มปริมาตรเพื่อทดแทนไขมันใต้ผิวหนังที่สูญเสียไปตามวัย พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวได้รับการปรับปรุงคุณภาพจากภายในอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้เซลล์ต้นกำเนิดที่มีอยู่ในเซลล์ไขมันยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวดูเปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี และอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อดีของการฉีดไขมัน

การฉีดไขมันมีข้อดีที่ถือเป็นจุดเด่นด้วยกันดังนี้

  • ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ไม่เกิดการแพ้เพราะใช้ไขมันตัวเอง
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  • ปรับให้ใบหน้าดูสมส่วนตามต้องการ
  • ฟื้นฟูสภาพผิวไปพร้อมกัน

ข้อเสียและผลข้างเคียงของการฉีดไขมันที่ควรรู้

หลังจากฉีดไขมันแล้ว มีข้อเสียและผลข้างเคียงที่ควรระมัดระวัง ดังนี้

  • อาจมีรอยช้ำและบวมหลังทำหลังจากการดูดไขมัน
  • ไขมันอาจถูกดูดซึมบางส่วน จึงทำให้ต้องกลับมาเติมไขมันอีกเป็นระยะ ๆ
  • ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าฟิลเลอร์
  • อาจต้องทำซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

การเตรียมตัวก่อนฉีดไขมัน

ในการเตรียมตัวก่อนฉีดไขมัน มีข้อมูลและรายละเอียดที่เราควรทราบดังนี้

1. การตรวจสุขภาพร่างกายก่อนการฉีดไขมัน

การตรวจสุขภาพร่างกายเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก่อนการฉีดไขมัน เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายมีความพร้อมและปลอดภัยสำหรับการทำหัตถการนี้ โดยแพทย์จะทำการตรวจสอบอาการสุขภาพพื้นฐาน เช่น การทำการตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับสุขภาพทั่วไป และตรวจสุขภาพของระบบต่าง ๆ เช่น หัวใจ หลอดเลือด หรือระบบทางเดินหายใจ หากพบปัญหาสุขภาพใด ๆ แพทย์อาจแนะนำให้รอการรักษาหรือการปรับการรักษาก่อนทำการฉีดไขมัน

2. การงดยาต้านการแข็งตัวของเลือด  

ก่อนการฉีดไขมัน ควรงดยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาแก้ปวดที่มีผลต่อการหยุดเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตกเลือดในระหว่างหรือหลังการทำ โดยปกติแล้วแพทย์จะให้คำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ควรงดยาเหล่านี้ ซึ่งอาจต้องงดล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและคำแนะนำจากแพทย์

3. การงดสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์ก่อนการทำหัตถการ 

การสูบบุหรี่สามารถส่งผลกระทบต่อกระบวนการหายของแผลและกระบวนการฟื้นตัวหลังจากการฉีดไขมัน เนื่องจากการสูบบุหรี่ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลงและส่งผลต่อการนำพาออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดไขมันไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น การงดสูบบุหรี่ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนการทำหัตถการจะช่วยให้การรักษาผ่านไปได้ดีและช่วยให้ผลลัพธ์ของการฉีดไขมันออกมาตอบโจทย์

4. การงดดื่มแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์ก่อนการทำหัตถการ

แอลกอฮอล์สามารถมีผลต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือดและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกได้ง่าย ดังนั้นการงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการฉีดไขมันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายผ่านการฟื้นตัวไปได้ดีและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ในระหว่างทำ

5. การงดอาหารและน้ำ 6-8 ชั่วโมงก่อนการทำหัตถการ

เพื่อความปลอดภัยในระหว่างการฉีดไขมัน ควรงดอาหารและน้ำก่อนทำหัตถการ 6-8 ชั่วโมง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้ยาสลบหรือยาระงับประสาท เพื่อป้องกันการสำลักและลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจ การปฏิบัติตามข้อแนะนำนี้จึงสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการ

วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดไขมัน

หลังการฉีดไขมันแล้ว มีวิธีการดูแลตนเองหลังเติมไขมันดังนี้

1. การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมหลังการเติมไขมัน 

หลังจากการฉีดไขมัน การประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวมและความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นบริเวณที่ทำหัตถการ การประคบเย็นควรทำในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังจากการฉีดไขมัน โดยควรใช้ผ้าหรือถุงน้ำแข็งที่ห่อด้วยผ้าเบา ๆ ประคบบริเวณที่บวมเป็นเวลา 15-20 นาที แล้วพักให้ห่างกัน 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อได้รับความเย็นมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ การทำเช่นนี้จะช่วยให้การฟื้นตัวหลังจากการฉีดไขมันผ่านไปได้ดีและลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมมากเกินไป

2. การนอนศีรษะสูงในสัปดาห์แรกหลังการฉีดไขมัน

การนอนศีรษะสูงในช่วงสัปดาห์แรกหลังการฉีดไขมันเป็นการช่วยลดอาการบวมและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งสามารถช่วยให้การฟื้นตัวหลังการทำหัตถการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนะนำให้นอนหมอนสูงหรือนอนในท่าที่ศีรษะสูงกว่าร่างกายประมาณ 30-45 องศา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของของเหลวในบริเวณที่ทำการฉีดไขมัน 

3. การหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีดไขมัน  

หลังการฉีดไขมันควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีดไขมันในช่วงระยะเวลา 1-2 สัปดาห์แรก เนื่องจากการสัมผัสหรือการนวดอาจทำให้ไขมันที่ถูกฉีดไปมีการเคลื่อนที่หรือไม่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ รวมถึงการกระทบกระเทือนหรือการดึงรั้งอาจทำให้เกิดการอักเสบและความไม่สม่ำเสมอของผลลัพธ์จากการฉีดไขมัน ดังนั้น ควรรักษาความระมัดระวังในการดูแลตัวเองในช่วงระยะเวลานี้ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีความสวยงามและคงทน

4. การทานยาตามที่แพทย์สั่งหลังการเติมไขมัน

การทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดหลังการเติมไขมันเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอาการข้างเคียงระหว่างการฟื้นตัว ยาที่แพทย์สั่งอาจรวมถึงยาต้านการอักเสบ, ยาควบคุมการติดเชื้อ, หรือยาแก้ปวด ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวด, การอักเสบ และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น การทานยาอย่างตรงตามคำแนะนำจะช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปได้อย่างราบรื่นและลดโอกาสในการเกิดปัญหา

5. การพักผ่อนให้เพียงพอหลังการเติมไขมัน  

การพักผ่อนให้เพียงพอหลังการฉีดไขมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ การนอนหลับที่มีคุณภาพจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้การฟื้นตัวเร็วขึ้นในขณะที่ลดอาการบวมและความไม่สบายตัว ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ความพยายามหรือทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าเกินไป เช่น การออกกำลังกายหนักหรือการทำงานที่ต้องใช้แรงมาก การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้ผลลัพธ์ของการฉีดไขมันออกมาดีและยั่งยืน

ขั้นตอนการฉีดไขมัน

สำหรับการฉีดไขมัน มีขั้นตอนดังนี้

1. การปรึกษาแพทย์และวางแผนการรักษาก่อนการเติมไขมัน

การปรึกษาแพทย์ก่อนการทำการเติมไขมันเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เนื่องจากแพทย์จะประเมินสภาพร่างกายอย่างละเอียด และแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด โดยแพทย์จะพูดคุยเกี่ยวกับเป้าหมายของการเติมไขมัน เช่น ต้องการเติมในบริเวณไหนและต้องการผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งทำให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการทั้งหมด รวมถึงการเตรียมตัวก่อนการฉีดไขมันและการดูแลหลังจากการทำหัตถการอย่างถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมและความเสี่ยงน้อย

2. การดูดไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสม

หลังจากการวางแผนการรักษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดูดไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น หน้าท้อง สะโพก หรือขา โดยการดูดไขมันนี้จะทำผ่านการใช้เครื่องมือเฉพาะที่มีความละเอียดและแม่นยำ เพื่อดึงเอาไขมันที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย โดยแพทย์จะเลือกวิธีการดูดไขมันที่เหมาะสมตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล การดูดไขมันในขั้นตอนนี้จะต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ได้ไขมันที่มีคุณภาพสูงและสามารถนำมาใช้ในการเติมไขมันในส่วนที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การนำไขมันมาทำให้บริสุทธิ์และเตรียมพร้อมสำหรับการฉีด  

หลังจากที่ไขมันถูกดูดออกมาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการทำให้ไขมันบริสุทธิ์ เพื่อให้สามารถใช้ในการเติมไขมันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยกระบวนการนี้จะมีการกรองและแยกส่วนที่ไม่ต้องการออกจากไขมันที่ดี โดยจะใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อให้ได้ไขมันที่สะอาดและพร้อมสำหรับการฉีดในขั้นตอนต่อไป ไขมันที่บริสุทธิ์จะช่วยให้การเติมไขมันในบริเวณเป้าหมายมีความสมบูรณ์และอยู่ได้ยาวนาน

4. การฉีดไขมันเข้าสู่บริเวณเป้าหมาย 

เมื่อไขมันได้ถูกทำให้บริสุทธิ์แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการฉีดไขมันเข้าสู่บริเวณที่ต้องการเติมเต็ม เช่น ใบหน้า ร่องแก้ม หรือหน้าอก การฉีดไขมันในขั้นตอนนี้จะทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ โดยจะใช้เข็มหรือเครื่องมือที่มีความละเอียดเพื่อให้สามารถฉีดไขมันได้อย่างแม่นยำและไม่เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะช่วยเติมเต็มบริเวณที่ดูหย่อนคล้อยหรือขาดความสมบูรณ์ ทำให้ผลลัพธ์หลังการฉีดไขมันดูเป็นธรรมชาติและมีความยืดหยุ่นตามที่คุณต้องการ

5. การพักฟื้นและดูแลตามคำแนะนำหลังการเติมไขมัน 

หลังจากที่ได้ทำการเติมไขมันเสร็จสิ้นแล้ว การพักฟื้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างดีที่สุดและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การประคบเย็นเพื่อลดบวม การนอนศีรษะสูง การหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่เติมไขมัน และการทานยาตามที่แพทย์สั่ง นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ร่างกายได้รับความเครียดหรืออ่อนล้าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้ไขมันที่เติมลงไปได้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเคลื่อนไหวหรือการบาดเจ็บ

รีวิวการเติมไขมันที่ AMARA

ผลลัพธ์ก่อน-หลังเติมไขมันหน้าเด็ก เคสจริงจาก Amara Liposuction Center

FAQ

ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายปี แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

โดยทั่วไป 1-2 ครั้งก็เพียงพอ แต่บางรายอาจต้องทำเพิ่มเติมเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

ทำภายใต้การวางยาชา จึงไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ ใช้เวลาพักฟื้น 7-14 วัน

การเติมไขมัน จำเป็นต้องใช้ไขมันจากร่างกายของตัวเราเอง จึงจำเป็นต้องดูดไขมันด้วย แต่หากกลัวเจ็บ สามารถเลือกการดูดไขมันพลังน้ำหรือดูดไขมันแบบแมนนวล เพื่อให้ร่างกายไม่ต้องอักเสบมาก ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ด้วยว่าเราเหมาะกับการดูดไขมันแบบไหน

ควรพักการแต่งหน้าอย่างน้อย 5-7 วันหลังเติมไขมันหน้า เพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อหรือระคายเคืองได้

หลังเติมไขมัน ควรงดดื่มกาแฟไปก่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ กรณีนี้รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนชนิดอื่น ๆ ด้วย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หลังฉีดไขมันหน้ากินกาแฟได้ไหม

ไม่ควรนอนตะแคง เพราะไขมันยังไม่ติดดี หากนอนตะแคงจะทำให้เกิดการกดทับบริเวณที่ฉีดไขมันมา ทำให้เสี่ยงไขมันตาย ไม่ติดเท่าที่ควร

หากเป็นคนที่มีปริมาณไขมันน้อยมากจริง ๆ อาจจะไม่เหมาะกับการดูดไขมัน-เติมไขมัน เพราะปริมาณไขมันที่นำมาใช้ต่อได้มีน้อยเกินไป ทั้งนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

จริง ๆ แล้วสามารถฉีดได้เหมือนการฉีดฟิลเลอร์ แต่ทั้งนี้ ปากและจมูกเป็นส่วนที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทกระจุกรวมกันเยอะ ต้องเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญด้านการฉีดสารเติมเต็มเพื่อความปลอดภัย

การฉีดไขมัน vs Filler มีความต่างกันมาก การฉีดไขมันคือการใช้ไขมันตัวเอง ทำให้โอกาสแพ้สารน้อย และอยู่ได้นานกว่า กลับกัน การฉีดฟิลเลอร์จะอยู่ได้ไม่นานนัก ต้องกลับมาฉีดซ้ำ และมีโอกาสแพ้ได้ง่ายเนื่องจากเป็นสารสังเคราะห์


สรุปบทความ

การฉีดไขมันเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลธรรมชาติสำหรับการเพิ่มปริมาตรใบหน้าและฟื้นฟูผิว ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ AMARA ไม่ว่าจะเป็น Lipocube, SVF, Lipo Bank และ MAFT Gun ช่วยให้การฉีดไขมันมีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง ผลลัพธ์อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ปรึกษาแพทย์ ฟรี!

ลงทะเบียน คลิกที่นี่

สอบถามโปรโมชั่น LINE: @amaraclinic
หรือคลิกลิงค์นี้ได้เลย : https://lin.ee/801MUsB

ติดต่อเบอร์โทร : 

062-789-1999

⇒ สาขา รัชโยธิน กด 1
⇒ สาขา ราชพฤกษ์ กด 2

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี!


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย