ตัดหน้าอก (Gynecomastia) ลดภาวะเต้านมโตในผู้ชาย

        การตัดหน้าอกในผู้ชาย เป็นแนวทางการรักษาภาวะหน้าอกที่ผิดปกติในผู้ชาย ซึ่งเป็นต้นเหตุของความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิต เนื่องจากเต้านมที่โตผิดปกติ มีนมแหลม นมตั้ง กลายเป็นจุดเด่นดึงสายตามากเกินกว่าที่ควร ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เต้านมผู้ชายผิดปกติบางสาเหตุก็ไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง จึงมีการผ่าตัดหน้าอกผู้ชายเป็นทางเลือกที่ตรงจุดที่สุดครับ

ปัญหาหน้าอกใหญ่ Gynecomastia คืออะไร?


        Gynecomastia คือ ภาวะเต้านมโตในผู้ชายครับ ซึ่งจะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของต่อมน้ำนมหรือเนื้อเยื่อเต้านม ที่มีลักษณะโตผิดปกติ ทำให้หน้าอกของผู้ชายมีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลกระทบไปถึงบริเวณปานนมหรือหัวนมได้ บางรายจะมีเต้านมขนาดใหญ่เหมือนผู้หญิง

ประเภทของ Gynecomastia


        ภาวะเต้านมโตหรือ Gynecomatia คือความผิดปกติของเต้านมซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภทครับ ได้แก่ เต้านมโตจากต่อมน้ำนมผิดปกติ (True Gynecomastia) แบบที่เกิดจากไขมันสะสม (False Gynecomastia) และแบบที่เกิดจากทั้งต่อมน้ำนมโตร่วมกับการสะสมของไขมัน (Mixed Type) แต่ละประเภทต่างกันยังไง อธิบายโดยละเอียดได้ดังนี้ครับ

Type of gynecomastia
  • เต้านมโตจากต่อมน้ำนมโตผิดปกติ (True Gynecomastia)

    เป็นภาวะเต้านมโตที่เกิดจากต่อมน้ำนมโตเพียงอย่างเดียวครับ การเจริญของต่อมน้ำนมก็จะมีสาเหตุจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงหรือเกิดความไม่สมดุล มักเป็นในช่วงวัยรุ่น ทั้งนี้ก็สามารถเกิดจากการทานอาหารที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง หรือเคยทานยาคุมกำเนิดมาก่อน

  • เต้านมโตจากไขมันสะสม (False Gynecomastia)

    เป็นภาวะเต้านมโตที่เกิดจากไขมันสะสมรวมกันที่หน้าอกเยอะเกินไปครับ ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกันเมื่อเทียบกับ Gynecomastia จากต่อมน้ำนมโต จึงเกิดความเข้าใจผิดว่าเต้านมโตจากไขมันสะสมเป็นหนึ่งในภาวะเต้านมโต ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว Gynecomastia คืออาการจากต่อมน้ำนมโต

  • เต้านมโตจากต่อมน้ำนมโตร่วมกับไขมันสะสม (Mixed Type Gynecomastia)

    เป็นภาวะเต้านมโตที่เกิดจากทั้งความผิดปกติของต่อมน้ำนมและมีไขมันสะสมร่วมด้วย คนที่มีเต้านมโตประเภทนี้มักจะเกิดจากทั้งฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทั้งน้ำหนักเกิน บางรายน้ำหนักเยอะมากก็ยิ่งทำให้หน้าอกใหญ่ บางรายมีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยร่วมด้วย ซึ่งเป็นประเภทของ Gynecomastia ที่ผู้ชายส่วนใหญ่เป็นกันเยอะมากครับ

เกรด Gynecomastia สำหรับเต้านมโตในผู้ชาย


        เมื่อเราได้ทราบกันแล้วว่า Gynecomastia คือภาวะเต้านมโตที่มีด้วยกันหลายเกรดซึ่งจำแนกตามความรุนแรงของโรค โดยตามงานวิจัยของ American Society of Plastic Surgeons (ASPS) จะแบ่งออกเป็น 4 เกรดด้วยกัน

  • Gynecomastia Grade 1 : ระดับความรุนแรงน้อย  ลักษณะหัวนมแหลมหรือหัวนมตั้งเล็กน้อย แต่จะไม่มีผิวหย่อนคล้อยหรือไขมันสะสมมาก มักเกิดขึ้นในช่วงอายุ 10-15 ปี เป็นผลจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงหรือไม่สมดุล
  • Gynecomastia Grade 2 : ระดับความรุนแรงปานกลาง ลักษณะ Gynecomastia ชนิดนี้คือบริเวณเนื้อนมแหลม หนา เนื้อหน้าอกฟูมากกว่าปกติ มักเกิดกับผู้ชายอายุ 25-40 ปี เพราะฮอร์โมนไม่สมดุลและมีไขมันสะสมเล็กน้อย
  • Gynecomastia Grade 3 : ระดับความรุนแรงมาก ลักษณะหน้าอกจะใหญ่มากเหมือนหน้าอกผู้หญิง บางรายที่อายุมากอาจทำให้หน้าอกหย่อนคล้อย มักจะมีโรคอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะเบาหวานที่กระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น
  • Gynecomastia Grade 4 : ระดับความรุนแรงมากที่สุด ลักษณะเต้านมจะมีขนาดใหญ่ หย่อนคล้อยมากจนหัวนมมาอยู่ใต้ราวนม สาเหตุเหมือนระดับอื่น ๆ แต่บางเคสก็เป็นผลจากพันธุกรรม ทำให้เต้านมโตตั้งแต่เกิด

ภาวะ Gynecomastia เกิดจากอะไร?


        หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะพอทราบกันคร่าว ๆ ว่า Gynecomastia คือภาวะเต้านมโตที่มีสาเหตุจากอะไรบ้าง แต่ในหัวข้อนี้ หมอจะมาแจกแจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า สาเหตุของ Gynecomastia มาจากปัจจัยใดได้บ้าง โดยแบ่งตามช่วงวัย เวลาการเกิดได้ 3 ช่วงครับ

1.สาเหตุของภาวะเต้านมโตตั้งแต่เกิด (Newborn Gynecomastia)

เกิดจากการตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนของร่างกายเราขณะที่ยังเป็นทารกในครรภ์ เนื่องจากตอนคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีการหลั่งฮอร์โมนเจนโตรเจนที่ถ่ายทอดสู่ลูกได้ หลังคลอดแล้ว ฮอร์โมนนี้ก็จะลดลงจนไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำนม จึงทำให้เต้านมในเด็กขยายขึ้นและอาจมีน้ำนมไหลออกมา เรียกอีกอย่างว่า Witch’s milk

Witch’s milk ภาวะเต้านมโตในเด็กแรกเกิด

เป็นภาวะที่เด็กทารกมีเต้านมโตหรือมีน้ำนมไหลออกมา สามารถเกิดขึ้นได้กับทารกกว่า 20% ทั้งนี้ จะสามารถหายเองได้ภายใน 1-2 เดือน โดยไม่ต้องพยายามบีบหรือคั้นน้ำนมออก จะทำให้เต้านมอักเสบหรือกลายเป็นฝีที่เต้านมได้ครับ ทางที่ดีควรสังเกตอาการภายในคำแนะนำของแพทย์จะดีที่สุด

2. สาเหตุของภาวะเต้านมโตในวัยรุ่น (Pubertal Gynecomastia)

เกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตทางเพศเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนแสดงลักษณะเพศชายน้อยกว่าฮอร์โมนเพศหญิง มักพบในวัยรุ่นช่วง 13-15 ปี และหายได้เองใน 6-12 เดือน

3. สาเหตุของภาวะเต้านมโตในวัยผู้ใหญ่ (Adult Gynecomastia : Physiological)

เกิดจากการที่ร่างกายของผู้ชายมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่ลดลง บางเคสที่มีไขมันสะสม ไขมันเหล่านั้นสามารถกระตุ้นให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้นได้ ทำให้เต้านมของผู้ชายในช่วงวัยผู้ใหญ่ขยายขึ้น บางรายอายุมากขึ้น ฮอร์โมนจะลดลง แต่สูญเสียคอลลาเจนและเนื้อเยื่อไขมันไปตามกาลเวลา ก็จะเกิดความหย่อนคล้อย จนเต้านมห้อย

เราจะป้องกันไม่ให้เต้านมโตได้อย่างไร?


        ภาวะเต้านมโตนั้นค่อนข้างที่จะป้องกันได้ยาก หากมีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเราเอง เพราะเราไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ แต่หากมีสาเหตุมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน หมอขอแนะนำวิธีป้องกันไม่ให้เต้านมโตไว้ดังนี้ครับ

  • ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ลีนไขมัน ช่วยลดเต้านมโตได้ (ทางอ้อม)

    สำหรับคนที่มี Gynecomastia จากไขมันสะสม เราก็สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกายเพื่อให้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งจะเพิ่มการเผาผลาญไขมันสะสมได้ดี เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่ง (Weight training) ที่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ร่วมกับทำคาร์ดิโอ (Cardio) ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน จะทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่กล้ามไม่หายด้วย

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เต้านมโต

     แม้แพทย์จะแนะนำให้ทานอาหารที่มีไขมันดี แต่อาหารที่มีไขมันดีบางอย่างก็อาจจะกระตุ้นให้เต้านมโตได้ครับ นั่นก็คืออาหารที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ได้แก่ ถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ มะพร้าวหรือน้ำมะพร้าว ฟักทอง หรือไข่แดง (ปริมาณมาก) หากทานบ่อย ๆ อาจจะทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นได้

3. ผู้ชายหน้าอกใหญ่ เพราะทั้งสองสาเหตุ

     ผู้ชายที่หน้าอกใหญ่เพราะเต้านมส่วนเกิน และไขมันส่วนเกินควบคู่กัน (Mixed Type Gynecomastia) หน้าอกจะยื่นออกมาทั้งเต้าเลยครับ เป็นลักษณะของนมแหลม เวลาใส่เสื้อยืดหน้าอกโผล่ออกมาแน่นอน การรักษาคือการผ่าตัดหน้าอก เอาต่อมน้ำนมออกไป และดูดไขมันหน้าอกออกมา ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าอกจะแบนราบลงทันทีครับ

วิธีตรวจสอบ Gynecomastia ด้วยตนเอง


       อ่านสาเหตุและรูปแบบของ Gynecomastia กันแล้ว หนุ่ม ๆ หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีภาวะเต้านมโตหรือ Gynecomastia หรือเปล่า เพราะบางเคสตรวจด้วยสายตาก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าเต้านมของตนเองเป็น Gynecomastia ประเภทไหน? ทั้งหมดนี้เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยการทำ ‘Pinch Test’

Gynecomastia Pinch Test

Pinch Test คืออะไร?

        การตรวจสอบภาวะเต้านมโตด้วย Pinch Test คือการทดสอบด้วยตัวเอง โดยใช้มือบีบบริเวณรอบ ๆ เต้านม ใต้ฐานหัวนม หรือบริเวณลานนมเบา ๆ เพื่อค้นหาก้อนเนื้อหรือสิ่งผิดปกติที่อาจซ่อนอยู่ใต้เต้านม

วิธีการทำ Pinch Test ด้วยตัวเองที่บ้าน ทำอย่างไร

        เริ่มต้นด้วยการยืนหน้ากระจกในที่ที่มีแสงส่องถึงโดยไม่ต้องสวมเสื้อ จากนั้นใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือจีบบริเวณรอบปานนมขึ้นมาเบา ๆ ขยับไปเรื่อย ๆ เพื่อตรวจอย่างทั่วถึง หากสัมผัสได้ว่ามีก้อนเนื้อลักษณะคล้ายแผ่นดิสก์ (Disc-Shape) อยู่ที่ฐานเต้านม แสดงว่าอาจเป็นภาวะเต้านมโตจากต่อมน้ำนมโต (True Gynecomastia) แต่ถ้าไม่รู้สึกถึงก้อนเนื้อ ได้สัมผัสนิ่มเป็นเนื้อเดียวกัน อาจจะเป็นเพียงไขมันสะสม (False Gynecomastia) ก็ได้ครับ

แต่ถ้าคลำ ๆ ดูแล้วมีทั้งก้อนเนื้อแน่นและรอบ ๆ เป็นเนื้อเยื่อนิ่ม ๆ ปกคลุม ร่วมกับสังเกตได้ว่ามีเต้านมใหญ่อย่างชัดเจน อาจแปลว่าเรามีปัญหาเต้านมโตทั้งจากต่อมน้ำนมโตและทั้งไขมันสะสม (Mixed Type Gynecomastia)

Gynecomastia รักษาอย่างไรได้บ้าง?


        การรักษา Gynecomastia คือการแก้ปัญหาตามลักษณะของเต้านมโตเลยครับ เพราะลักษณะแต่ละแบบมีสิ่งที่ต้องกำจัดต่างกัน หากเต้านมโตเพราะไขมันสะสมก็ต้องกำจัดไขมัน หากเต้านมโตเพราะต่อมน้ำนมผิดปกติก็ต้องแก้ที่ต่อมน้ำนม แต่จะมีแนวทางการแก้ไขอย่างไรบ้าง?

 Gynecomastia surgery

  • การผ่าตัดต่อมน้ำนมโต

    เป็นการผ่าตัดเต้านมเพื่อนำต่อมน้ำนมออก โดยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณฐานหัวนม แล้วผ่าตัดเอาต่อมนน้ำนมทิ้ง ซึ่งไม่ได้มีอันตรายใด ๆ และไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่น่ากังวลต่อร่างกายของผู้ชายครับ เพราะต่อมน้ำนมไม่ได้มีบทบาทอะไรอยู่แล้ว

  • ดูดไขมันหน้าอก

    สำหรับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณเต้านมเยอะ วิธีแก้ปัญหานี้ของ Gynecomastia คือ การดูดไขมันหน้าอกครับ ซึ่งการดูดไขมันจะเป็นวิธีสลายไขมันที่สะสมอยู่ใต้หัวนมโดยตรงแล้วดูดออกมาด้วยเครื่องดูดไขมัน ซึ่งจะมีการทำงานที่แตกต่างกัน แล้วแต่ว่าเป็นเครื่องประเภทใด (หากเป็นเคสดูดไขมันผู้ชาย แพทย์จะแนะนำให้ใช้เครื่อง Vaser Smooth 2.2 เพราะสามารถสลายไขมันผู้ชายที่มีความหนาแน่นสูงได้ดี)

  • การผ่าตัดผิวหนังส่วนเกิน + ปรับตำแหน่งหัวนม (Nipple Transposition)

    สำหรับเคสนมโตที่อยู่ในเกรด 3 – 4 ที่มีลักษณะหย่อนคล้อยรุนแรงจนทำให้เต้านมห้อยลงมา บางเคสหัวนมอาจจะชี้ลงหรือห้อยอยู่ใต้เต้านม หากดูดไขมันหรือตัดต่อมน้ำนมออกอย่างเดียว อาจจะทำให้เหลือผิวหนังที่หย่อนคล้อย เหมือนลูกโป่งที่ปล่อยลมออก จึงต้องมีการผ่าตัดผิวหนังนั้นทิ้ง พร้อมย้ายหัวนมให้มาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องครับ

รีวิว! การตัดหน้าอกลด Gynecomastia คืนความเป็นชายให้คุณกลับมามั่นใจ!


การผ่าตัดต่อมน้ำนมโต มีผลข้างเคียงไหม?


      ปกติแล้ว ผลข้างเคียงของการผ่าตัดต่อมน้ำนมโตนั้นไม่ได้มีผลกระทบอะไรที่อันตรายครับ แต่มักจะมีผลข้างเคียงจากการผ่าตัดมากกว่า ซึ่งตรงนี้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการผ่าตัดที่ดีจะช่วยลดผลข้างเคียงได้ ยกตัวอย่างเช่น

  • อาการบวมช้ำ อาการเจ็บหลังตัดหน้าอก (เป็นอาการปกติ)
  • มีอาการอักเสบ ระบมช้ำภายในหน้าอก หากช้ำหรือระบมมากให้พบแพทย์
  • มีก้อนแข็งใต้หน้าอก แต่ไม่เป็นอันตราย สามารถหายได้เอง
  • หากหน้าอกใหญ่มาก หลังทำอาจมีความหย่อนคล้อยได้ แล้วแต่ความรุนแรง
  • มีแผลตัดหน้าอกรอบบริเวณปานนม หากแพทย์มีความเชี่ยวชาญ จะซ่อนแผลได้
  • มีแผลดูดไขมันหน้าอก ข้าง ๆ หน้าอก 2 จุด เฉพาะเคสที่ต้องดูดไขมัน
  • หัวนมสูญเสียความรู้สึก หรือหัวนมชา (พบได้น้อยถึงน้อยมาก)

ผ่าตัด Gynecomastia ราคาที่ต้องเตรียมแบบจ่ายจบ!

       ราคาเริ่มต้นของการผ่าตัด Gynecomastia ที่ Amara Clinic คือ 69,900 บาทขึ้นไป ครับ (ซึ่งเป็นราคาสำหรับเคสรีวิว*) จ่ายครั้งเดียวจบครบทุกขั้นตอนการรักษา ตั้งแต่วันเข้ามารับการทำหัตถการกับคุณหมอ พร้อมวางยาสลบโดยวิสญญีแพทย์ตัวจริง 

       ราคานี้ยังรวมไปถึง Treatment ดูแลหลังการผ่าตัดระดับ 5 Stars Aftercare ไม่ว่าจะเป็น Pico Plus จำนวน 3 ครั้ง, ฉายแสง Ruby Light ลดบวม ลดช้ำ พร้อมติดตามอาการด้วยแพทย์เจ้าของเคสครับ หากต้องการข้อมูลรายละเอียดการคิดราคาแบบจัดเต็มเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ สิ่งที่ทำให้ราคาผ่าตัดหน้าอกแตกต่างกัน

การดูแลตัวเองหลังลดขนาดเต้านมชาย


         หลังผ่าตัด Gynecomastia เราจะต้องดูแลตัวเองร่วมด้วยเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองเร็วขึ้น โดยเน้นไปที่ความสะอาดและการบำรุง หมอให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดหน้าอกดังนี้ครับ

  • สวมผ้ารัดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ 4 สัปดาห์หลังผ่าตัด ซึ่งผู้เข้ารับบริการจะได้รับคำแนะนำและวิธีการสวมผ้ารัดหน้าอกจากแพทย์หลังพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าสวมถูกต้องหรือไม่ เราก็มีผู้ให้คำปรึกษาคอยตอบคำถามและแนะนำผ่านช่องทางติดต่อหลายช่องทางครับ
  • สวมเสื้อผ้าที่หลวมและไม่ต้องยกแขนเวลาใส่ ยกตัวอย่างเช่น เสื้อเชิ้ต จะช่วยให้ถอด-ใส่เสื้อผ้าได้ง่ายโดยไม่ต้องออกแรงมาก ลดความเสี่ยงการเกิดแผลฉีกครับ หากแผลหายดีแล้วก็สามารถใส่เสื้อแบบอื่นได้ตามสะดวก
  • เดินหลังตรง ไม่ห่อไหล่ เนื่องจากจะช่วยไม่ให้แผลตึงเกินไป เพราะร่างกายจะฟื้นฟูตัวเองและสมานแผลให้เข้ากัน ซึ่งจะเกิดการหดรั้งแผล หากยืนห่อไหล่อาจทำให้เวลากลับมายืนตัวตรงรู้สึกดึงรั้งที่หัวนมได้
  • งดทำกิจกรรมหนัก หรือใช้แรงจากกล้ามเนื้อหน้าอกและแขนประมาณ 3 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อไปกระทบกับแผลผ่าตัดครับ หากแผลเข้าที่และแห้งดีแล้วก็สามารถออกกำลังกายเบา ๆ ส่วนอื่นได้ แต่จะให้ดีควรออกกำลังกายที่ต้องใช้กล้ามเนื้อหน้าอกช่วง 4 สัปดาห์ขึ้นไป
  • ทำความสะอาดแผลตัดหน้าอกทุกวัน ทางคลินิกจะมีอุปกรณ์สำหรับทำแผลที่บ้านให้ครับ แต่ถ้าผู้เข้ารับบริการไม่ต้องการทำเอง เราก็มีทีมแพทย์และพยาบาลคอยนัดวันทำแผลให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
  • รับประทานยาที่หมอจัดไว้ให้ตามคำแนะนำ ชุดยาต่าง ๆ หมอจะให้ไปในวันผ่าตัดทุกเคสครับ โดยผู้เข้าบริการจะต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอาการอักเสบหรือความบวมช้ำครับ
  • ระวังไม่ให้แผลตัดหน้าอกโดนน้ำ ก่อนตัดไหม เพราะถ้าแผลเปียกจะทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายครับ ช่วง 3-7 วันที่แผลยังไม่แห้งจึงต้องดูแลไม่ให้ชื้นเอาไว้ก่อน หากแผลติดเชื้อหรือไม่สมานกัน อาจจะต้องเย็บแผลทำแผลกันใหม่ครับ
  • รับประทานอาหารสะอาด ของดิบ ของดอง เพราะทำให้ติดเชื้อได้เช่นกันครับ อย่างง่ายที่สุดคือทานอาหารอยู่แล้วกระเด็นใส่เสื้อแล้วซึมเข้าแผลก็ทำให้ติดเชื้อได้แล้วครับ
  • เข้ามาติดตามอาการหลังตัดหน้าอกอย่างต่อเนื่อง คลินิกส่วนใหญ่มักจะมีการนัดวันเข้ามาติดตามอาการของผู้เข้ารับบริการอยู่ตลอดครับ ยกตัวอย่างเช่นการทำแผล ตัดไหม หรือบริการอื่น ๆ เพื่อให้แผลผ่าตัดหน้าอกเข้าที่เร็วขึ้น จึงควรเข้ามาติดตามอาการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังทำ เพราะอาจจะไปขัดขวางการฟื้นฟูตัวเองของเนื้อเยื่อที่รับการผ่าตัด ทำให้แผลหายช้าและอาจไม่สมานตัวกันครับ

สรุป

        Gynecomastia คือ การขยายตัวของเนื้อเยื่อบริเวณเต้านมหรือต่อมน้ำนมในผู้ชาย อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป หน้าอกจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นผิดปกติ ซึ่งก็อาจจะมีปัจจัยอื่นมากระตุ้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดต่อมน้ำนมหรือดูดไขมัน ขึ้นอยู่กับประเภทและอาการของแต่ละคนครับ

FAQs

A : หากมีภาวะเต้านมโตจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงวัยรุ่น ก็สามารถหายเองได้เมื่อฮอร์โมนเราคงที่ แต่โอกาสที่จะเป็นถาวรนั้นก็มี ขณะเดียวกันสำหรับผู้ชายที่ไขมันสะสมง่ายแบบหุ่น Endomorph ก็เป็นถาวรหรือลดได้ยาก เพราะลดน้ำหนักได้ยาก บางเคสอ้วนมากจนทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยก็มี

A : ไม่ได้มีอันตรายอะไรครับ แต่หากรู้สึกเจ็บปวดเวลาสัมผัส มีอาการบวมแดง มีของเหลวไหลออกมา อาจจะมีการติดเชื้อหรืออักเสบ จะต้องไปพบแพทย์โดยด่วนครับ

A : ปกติภาวะ Gynecomastia ในวัยรุ่นจะค่อย ๆ ยุบหายได้เองภายใน 1-3 ปีครับ แต่หากนานกว่านั้นและไม่มีทีท่าว่าจะยุบตัวลง ก็อาจจะเป็นถาวรได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยตรงครับ

A : หากผ่าตัดต่อมน้ำนมออกแล้ว ไม่มีทางเป็นซ้ำอีกแน่นอนครับ เพราะเราไม่มีต่อมน้ำนมอยู่ในร่างกายแล้ว แต่ทั้งนี้ ก็สามารถเป็นอีกได้จากการสะสมเป็นไขมันส่วนเกินครับ

A : มีได้ครับ ในกลุ่มนักเพาะกายมักจะมีการใช้สเตียรอยด์เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ ซึ่งสเตียรอยด์สามารถกระตุ้นให้เต้านมโตได้โดยตรง ดังนั้น นักเพาะกายมีโอกาสต่อมน้ำนมโตได้แน่นอนครับ (ดูตัวอย่างเคสนักเพาะกายได้ ที่นี่)

A : หลังจากใช้สเตียรอยด์ประมาณ 1 สัปดาห์ หน้าอกจะเริ่มขยายแล้วครับ ถึงแม้จะหยุดใช้ หน้าอกก็จะใหญ่เหมือนเดิม จึงควรเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์ตั้งแต่แรก เพราะนอกจากจะนมแหลม ยังคาดเดาอัตราการขยายของเต้านมได้ยาก ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายเราครับ

A : ปัจจุบันก็มีบางกลุ่มที่ใช้วิธีนี้ครับ แต่ยังไม่ได้มีงานวิจัยใดออกมารับรองอย่างชัดเจนว่าสเตียรอยด์ช่วยลดนมแหลมได้จริง หากต้องการใช้วิธีนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ควรซื้อมาใช้เองครับ

ปรึกษาแพทย์ ฟรี!

ลงทะเบียน คลิกที่นี่
สาขารัชโยธิน 062-946-2397
สาขาราชพฤกษ์ 062-556-6623
สอบถามโปรโมชั่น LINE: @amaraclinic
หรือคลิกลิงค์นี้ได้เลย https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic

ศัลยแพทย์เฉพาะทาง

นพ. ฤทธิกร พรไพศาลสกุล (หมอนิว)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี! 


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย