ข้อดีของการดูดไขมัน
- แก้ไขรูปร่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
- แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
ในยุคที่การดูแลรูปร่างและสุขภาพกลายเป็นเรื่องสำคัญ “การดูดไขมัน” หรือ Liposuction คือหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า การกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยวิธีนี้จึงมีมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ยากต่อการกำจัดด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว
บทความนี้ AMARA จะพาไปทำความรู้จักกับการดูดไขมัน ตั้งแต่หลักการทำงาน ประเภท ข้อควรรู้ต่าง ๆ ไปจนถึงการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังการทำ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าการดูดไขมันเหมาะสมกับตนเองหรือไม่
|
การดูดไขมัน หรือ Liposuction คือหนึ่งในศาสตร์การทำหัตถการเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยใช้เครื่องมือพิเศษสอดผ่านรูเปิดขนาดเล็กเพื่อดูดไขมันออก ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
การดูดไขมันสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามเทคนิคที่ใช้ ได้แก่
ที่ AMARA มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการดูดไขมันพร้อมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยมีเครื่องดูดไขมันที่พร้อมให้บริการดังนี้
เครื่อง Water-assist Liposuctionโดดเด่นด้วยนวัตกรรมดูดไขมันด้วยพลังงานน้ำ ที่ใช้ระบบพลังงานน้ำแบบใบพัด (Fan Shape) ในการแยกเซลล์ไขมันอย่างนุ่มนวล โดยไม่ใช้ความร้อน ทำให้ได้เซลล์ไขมันคุณภาพสูงที่เหมาะสำหรับการนำไปเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ผู้เข้ารับการรักษามีอาการบวมช้ำน้อยและฟื้นตัวเร็ว
เทคโนโลยีดูดไขมันด้วย Ultrasonic-assist Liposuction เป็นการดูดไขมันด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ มีประสิทธิภาพสูงในการสลายไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันหนา ผู้ชาย หรือผู้ที่เคยดูดไขมันมาก่อนและมีพังผืด เน้นการปรับรูปร่างโดยไม่นำไขมันกลับมาใช้
เทคโนโลยีดูดไขมันด้วยพลังงานกลของ Power-assist Liposuction ใช้การสั่นความถี่สูง 4,000 รอบต่อนาที ร่วมกับระบบสุญญากาศ เหมาะสำหรับตำแหน่งที่เข้าถึงยาก เช่น แผ่นหลัง หน้าท้องส่วนบน และน่อง สามารถสร้าง Sexy Line หรือปั้นเอวเอสได้อย่างแม่นยำ
นวัตกรรมดูดไขมันด้วยRF-assist Liposuction ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RFAL ที่สลายไขมันพร้อมกระชับผิวด้วยความร้อนแบบ Bulk Heating สูงถึง 60 องศา กระตุ้นการหดตัวของเส้นใยใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวกระชับและสัดส่วนเล็กลง
เทคโนโลยี | หลักการทำงาน | ประโยชน์ | ตำแหน่งที่ทำได้ | ระยะเวลาทำ | ความเจ็บ | ขนาดแผล | ระยะเวลาพักฟื้น | ระยะเวลาเห็นผล | เหมาะกับใคร | ราคา |
---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
Water-Assisted Liposuction (WAL) | ใช้แรงดันน้ำเพื่อแยกเซลล์ไขมันออกจากกันอย่างอ่อนโยน | – นำไขมันไปเติมต่อได้ – พักฟื้นได้สบายกว่า – อักเสบน้อย |
ลำตัว เช่น ท้อง เอว ต้นขา ต้นแขน แผ่นหลัง หัวเข่า | 60-120 นาทีต่อตำแหน่ง | 2/10เจ็บน้อยมาก | 3-5 มิลลิเมตร | 1-2 วันทำงานได้ตามปกติ มีอาการปวดคล้ายหลังออกกำลังกายหนัก |
2-4 สัปดาห์แรกเห็นผลเต็มที่ช่วง 2-6 เดือนหลังทำ | – คนที่ต้องการนำไขมันไปเติมต่อ – คนที่ไม่อยากพักฟื้นนาน – คนที่มีปริมาณไขมันไม่มาก กลัวผิวเบิร์น |
เริ่มต้น 39,000 บาท |
Radiofrequency-Assisted Liposuction (RFAL) | ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุในการสร้างความร้อนเพื่อให้เซลล์ไขมันแตกตัว | – ช่วยยกกระชับผิวได้ – แผลค่อนข้างเล็กมาก – มีเครื่องสองแบบ ขนาดเล็กสำหรับดูดไขมันตำแหน่งเล็ก และขนาดใหญ่สำหรับตำแหน่งใหญ่ |
ใบหน้าและลำตัว เช่น เหนียง หน้าท้อง นมน้อย ถุงใต้ตา กระเปาะแก้ม ปีกเสื้อใน หัวเข่า แขน ท้อง เอว ขา | 30 นาทีต่อตำแหน่ง | 2-6/10เจ็บแบบทนได้แต่บางตำแหน่งเจ็บน้อย | 1-4 มิลลิเมตร (ขึ้นอยู่กับหัวเครื่องที่เลือกใช้) |
0-7 วัน (ขึ้นอยู่กับเครื่องที่เลือกใช้) |
1-2 สัปดาห์แรกเห็นผลเต็มที่ช่วง 3-6 เดือนหลังทำ | – คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย – คนที่มีไขมันสะสมไม่เยอะมาก |
เริ่มต้น 19,900 บาทขึ้นอยู่กับเครื่องที่เลือกใช้ |
Ultrasound-assisted Liposuction (UAL) | ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์สร้างความร้อนเพื่อให้เซลล์ไขมันแตกตัว | – กำจัดไขมันที่หนาแน่นและมีปริมาณมาก ๆ ได้ดี | ลำตัว เช่น ท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา แผ่นหลัง หัวเข่า | 45-60 นาทีต่อตำแหน่ง | 5/10เจ็บแบบทนได้ | 3-5 มิลลิเมตร | 3-7 วันควรพักฟื้น งดทำงานหนัก อาการเจ็บคล้ายปวดกล้ามเนื้อ | 1-2 สัปดาห์แรกเห็นผลเต็มที่ช่วง 3-6 เดือนหลังทำ | – คนที่มีชั้นไขมันหนาหรือไซซ์ L ขึ้นไป – คนที่มีความหนาแน่นของไขมันมาก – คนที่มีเวลาพักฟื้น |
เริ่มต้น 25,000 บาท |
Power-assisted Liposuction (PAL) | ใช้พลังงานกล จากการสั่นสะเทือนของเข็ม 4,000 รอบต่อนาทีเพื่อให้ไขมันแยกตัวออกจากัน | – ช่วยกำจัดพังผืดใต้ผิวหนัง – เก็บรายละเอียดในพื้นที่เล็ก ๆ ได้ดี |
ใบหน้าและลำตัว (ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์) | ใช้ร่วมกับเครื่องอื่น ช่วยลดเวลาได้ 25% | 5/10เจ็บแบบทนได้ | 3-5 มิลลิเมตร | 3-7 วันควรพักฟื้น งดทำงานหนัก อาการเจ็บคล้ายปวดกล้ามเนื้อ | 1-2 วันแรก เห็นผลเต็มที่ช่วง 1-2 เดือนหลังทำ |
– คนที่มีพังผืดใต้ผิวหนังเยอะ – คนที่กลัวผิวเบิร์น ผิวไหม้ – คนที่อยากลดการบวมช้ำ |
ต้องใช้ร่วมกับเครื่องอื่น ๆ ราคาจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของทางคลินิก |
J Plasma | ใช้พลังงานฮีเลียมพลาสมาร่วมกับพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ กระชับผิว ณ อุณหภูมิ 85 องศาในระยะเวลา 0.04 วินาที | – ใช้ร่วมกับการดูดไขมันแบบอื่น ๆ เพื่อกระชับผิว- แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้องมากได้ดี | ใบหน้าและลำตัว (ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์) | 30-60 นาทีต่อตำแหน่ง | 1/10 | 2-4 มิลลิเมตร | 1-2 วัน ทำงานได้ตามปกติ มีอาการปวดคล้ายหลังออกกำลังกายหนัก |
ผิวหดตัวทันที 10-30%เห็นผลเต็มที่ช่วง 3-6 เดือนหลังทำ | – คนที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยระดับปานกลางจนถึงรุนแรง | ต้องใช้ร่วมกับเครื่องอื่น ๆ ราคาจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของทางคลินิก |
การดูดไขมันแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลักตามเทคนิคที่ใช้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
การดูดไขมันแบบดั้งเดิม (Conventional Liposuction หรือ Manual Liposuction) คือวิธีการดูดไขมันที่เน้นใช้แรงมือของแพทย์เป็นหลัก โดยในขั้นตอนการดูดไขมัน แพทย์จะใช้แคนนูลา (Cannula) สอดเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และใช้แรงกระทุ้งเพื่อทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว จากนั้นจึงใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) ดูดไขมันออกมา
อย่างไรก็ตาม การใช้แรงกระแทกในการทำลายเซลล์ไขมันนี้ อาจส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง รวมถึงเส้นเลือดและเส้นประสาทในบริเวณนั้น ส่งผลให้ผู้เข้ารับการรักษามักประสบกับความเจ็บปวดระหว่างทำหัตถการ และมีอาการบวม รอยช้ำที่ค่อนข้างรุนแรงในระยะพักฟื้น ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ จึงนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการดูดไขมันที่ทันสมัยขึ้นในปัจจุบัน
การพัฒนาเทคนิคการดูดไขมันได้รับการต่อยอดจากแนวคิดที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มปริมาณไขมันที่สามารถดูดออกได้ การลดระยะเวลาในการทำหัตถการ การลดความเจ็บปวดระหว่างทำ และการรักษาเนื้อเยื่อข้างเคียงให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
จากแนวคิดนี้ จึงเกิดการพัฒนาเทคนิค Suction-Assisted Lipectomy (SAL) ที่มีการฉีดน้ำยาพิเศษเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังก่อนทำการดูดไขมัน น้ำยานี้ประกอบด้วยยาชาเฉพาะที่และสารที่ช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดและการฟกช้ำหลังทำหัตถการ ควบคู่กับการใช้เครื่องดูดสุญญากาศที่มีประสิทธิภาพสูง
ในขั้นตอนการทำ SAL แพทย์จะเริ่มจากการฉีดน้ำยาเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง จากนั้นจึงสอดท่อดูดสุญญากาศ พร้อมกับใช้เทคนิคการกระทุ้งอย่างควบคุมเพื่อทำให้เซลล์ไขมันแยกตัว โดยเซลล์ไขมันที่แตกตัวจะถูกดูดออกทันทีผ่านระบบสุญญากาศอัตโนมัติ ทำให้การดูดไขมันมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การดูดไขมันด้วยพลังงานกล (Power-Assisted Liposuction) เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาต่อยอดจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิม โดยใช้หลักการสั่นความถี่สูงของแคนนูลาเพื่อทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ข้อดีของเทคนิคนี้คือสามารถดูดไขมันได้ในปริมาณมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียงและผิวหนัง เนื่องจากการสั่นที่ความถี่เฉพาะจะส่งผลเฉพาะต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น
การดูดไขมันด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Assisted Liposuction) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการสลายเซลล์ไขมัน โดยคลื่นเสียงจะถูกปล่อยออกมาในระดับความถี่เฉพาะที่มีผลต่อเซลล์ไขมัน ทำให้เกิดความร้อนที่พอเหมาะจนไขมันเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ก่อนที่แพทย์จะทำการดูดออก
การทำหัตถการด้วยเทคนิคนี้ต้องอาศัยความชำนาญจากแพทย์ผู้ทำการรักษา เนื่องจากการควบคุมพลังงานที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้หัวท่อปล่อยพลังงานสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดแผลไหม้หรือพุพองได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้น
เทคโนโลยีการดูดไขมันที่ล้ำสมัยและนุ่มนวลที่สุดในปัจจุบันคือการดูดไขมันด้วยพลังงานน้ำ ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “การดูดไขมันโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง”
หลักการทำงานของเครื่องดูดไขมันพลังน้ำนี้จะใช้แรงดันน้ำผสมยาชาและสารที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว ฉีดเข้าสู่ชั้นไขมันด้วยแรงดันที่พอเหมาะ ส่งผลให้กลุ่มเซลล์ไขมันที่เกาะตัวกันคล้ายพวงองุ่นแยกตัวออกจากกันอย่างนุ่มนวล ข้อดีที่สำคัญคือไขมันที่ถูกดูดออกมายังคงมีความสมบูรณ์และมีชีวิต จึงสามารถนำไปใช้ในการเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
หัวดูดไขมัน (Liposuction Cannulas) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ส่งผลต่อความสวยงามและความปลอดภัยในการรักษา นั่นจึงทำให้ AMARA clinic มีหัวดูดให้เลือกใช้ถึง 14 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งและวัตถุประสงค์การรักษา ช่วยกำจัดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง โดยสามารถแบ่งหัวดูดออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้
หัวดูดชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการเก็บเซลล์ไขมันโดยเฉพาะ ด้วยการทำงานที่นุ่มนวล ช่วยให้แพทย์สามารถเก็บเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพและยังคงมีชีวิตได้ในปริมาณมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการนำไขมันไปใช้ในการเติมเต็มส่วนอื่นของร่างกาย โดยประกอบไปด้วย
หัวดูดประเภทนี้ออกแบบมาสำหรับบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก เช่น คอ แผ่นหลัง น่อง และหน้าอก (โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะเต้านมโต Gynecomastia) ด้วยรูปทรงที่เฉพาะ ช่วยให้แพทย์สามารถดูดไขมันได้อย่างแม่นยำโดยไม่กระทบต่อเส้นเลือดและเส้นประสาท ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย ซึ่งที่ Amara clinic มีด้วยกันถึง 5 รูปแบบ ได้แก่
หัวดูด HD เป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับการปรับแต่งชั้นไขมันตื้น เหมาะสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง (ซิกแพค) ร่องกล้ามท้องด้านข้าง (ร่อง 11) และการปรับรูปทรงหัวไหล่ ด้วยการออกแบบพิเศษที่ช่วยให้แพทย์สามารถสร้างมิติของกล้ามเนื้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่ AMARA clinic จึงเลือกใช้หัวดูด HD Cannulas เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบแก่รูปร่างของคุณ
หัวดูด Extraction มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดไขมันชั้นลึก ช่วยให้แพทย์สามารถดูดไขมันออกได้ในปริมาณมากโดยไม่ทำให้ผิวเป็นคลื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดปริมาณไขมันโดยไม่นำกลับมาใช้ ที่ AMARA clinic มีหัวดูดประเภทนี้ให้เลือกหลายรูปแบบ เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้ได้เหมาะสมกับแต่ละกรณี ซึ่งประกอบไปด้วย
ประเภทหัวดูด | ลักษณะเด่น | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับ |
---|---|---|---|---|
หัวดูดไขมันเก็บเซลล์ไขมัน (Harvesting) |
ออกแบบเพื่อเก็บไขมันโดยเฉพาะ ทำให้ได้เซลล์ไขมันที่ยังมีชีวิต | – ทำงานอย่างนุ่มนวล ลดความเสียหายของเซลล์ ทำให้เซลล์ไขมันติดดีขึ้น – รักษาคุณภาพเซลล์ไขมันได้ดี เหมาะสำหรับการนำไปเติมต่อ (Fat Grafting) – เก็บไขมันได้รอบทิศทาง |
– ใช้เวลาในการดูดไขมันมากกว่าหัวดูดทั่วไป- อาจไม่เหมาะกับการดูดไขมันในปริมาณมาก | – การนำไขมันไปเติมต่อ |
หัวดูดไขมันตำแหน่งเฉพาะ (Specialty) |
ออกแบบมาเพื่อเน้นการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณตำแหน่งเล็ก ๆ ที่เข้าถึงยาก มีความแม่นยำ | – เข้าถึงพื้นที่เล็กหรือซับซ้อนได้ดี เช่น คอ, แผ่นหลัง, หน้าอกผู้ชาย | – ต้องใช้เทคนิคของแพทย์ในการควบคุมหัวดูดไขมัน- อาจใช้เวลาในการดูดนานขึ้นกว่าหัวดูดทั่วไป | – การดูดไขมันตำแหน่งเล็ก ๆ- การดูดไขมันหน้าอกผู้ชาย เพื่อแก้ปัญหา Gynecomastia |
หัวดูดไขมันปั้นสัดส่วน (High Definition) |
ออกแบบมาให้มีขนาดกำลังดี เพื่อดูดไขมันแบบเก็บสัดส่วนให้ออกมาคล้ายกล้ามเนื้อจริง | – ช่วยสร้างไลน์กล้ามเนื้อ และเก็บรายละเอียดรูปร่างได้ดี – ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ |
– ต้องใช้แพทย์ที่มีความชำนาญสูง – อาจมีความเสี่ยงเรื่องความไม่เรียบของผิวหากทำผิดเทคนิค |
– การดูดไขมันชั้นตื้น- การปั้นแต่งรูปร่างให้มีไลน์กล้ามเนื้อ |
หัวดูดไขมันชั้นลึก (Extraction) |
ออกแบบมาเพื่อกำจัดไขมันหนาแน่นที่อยู่ในผิวชั้นลึก ให้ได้ ไขมันออกมาในปริมาณมาก |
– ดูดไขมันได้ปริมาณมาก – เหมาะกับการลดสัดส่วนบริเวณที่มีไขมันสะสมเยอะ |
– อาจทำให้อักเสบมากกว่าหัวดูดชนิดอื่น เพราะต้องดูดไขมันออกมาเยอะ | – การดูดไขมันเคสคนตัวใหญ่ ไขมันเยอะมาก ๆ |
J Plasma | ใช้พลังงานฮีเลียมพลาสมาร่วมกับพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ กระชับผิว ณ อุณหภูมิ 85 องศาในระยะเวลา 0.04 วินาที | – ใช้ร่วมกับการดูดไขมันแบบอื่น ๆ เพื่อกระชับผิว – แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้องมากได้ดี | ใบหน้าและลำตัว (ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์) | 30-60 นาทีต่อตำแหน่ง |
การดูดไขมันสามารถทำได้หลายตำแหน่ง ได้แก่
การดูดไขมันหน้าท้องเป็นจุดดูดไขมันที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มักมีการสะสมไขมันมากที่สุด โดยเฉพาะหลังการตั้งครรภ์หรือน้ำหนักขึ้นลงบ่อย ไขมันในส่วนนี้มักดื้อต่อการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร
ไขมันใต้คางหรือ “เหนียง” ทำให้ใบหน้าดูอ้วนและอายุมากกว่าความเป็นจริง รวมถึงลดความคมชัดของกรอบหน้า ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้การดูดไขมันเหนียงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้เข้ารับบริการ เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดนั่นเอง
การดูดไขมันต้นแขน เป็นอีกบริเวณที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมักพบปัญหา “ปีกค้างคาว” ที่พบบ่อยในผู้หญิงวัยกลางคน ทำให้ไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดหรือเสื้อรัดรูป
การดูดไขมันต้นขา ช่วยแก้ปัญหาต้นขาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบริเวณนี้เป็นบริเวณที่มักพบปัญหาไขมันสะสมในผู้หญิง ทำให้เกิดการเสียดสีขณะเดินและส่งผลต่อการเลือกเสื้อผ้า การดูดไขมันช่วยบริเวณต้นขาจึงช่วยทำให้ขาเรียวสวยและสมส่วนขึ้น
เอวเป็นตำแหน่งที่สำคัญในการสร้างสัดส่วนที่สวยงาม โดยเฉพาะการสร้างเอวเอส (S-Line) หรือเอวคอด (Hourglass Shape) ในผู้หญิง การดูดไขมันเอวจึงช่วยเน้นสัดส่วนเว้าโค้งให้ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ ทำให้สวมใส่เสื้อผ้าได้สวยงามและมั่นใจมากขึ้น
ไขมันบริเวณสะโพก เป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหา “สะโพกใหญ่” ในผู้หญิงโดยเฉพาะ ส่งผลให้การสวมใส่กางเกงหรือกระโปรงทำได้ยาก ทำให้จุดนี้เป็นอีกบริเวณที่ได้รับความนิยมในการดูดไขมัน
บริเวณหลังมักพบปัญหาไขมันสะสมเป็น “หนอก” หรือ “เบาะรถ” ซึ่งทำให้ดูอ้วนและไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อรัดรูป ทำให้เป็นอีกจุดที่ได้รับความนิยมในการดูดไขมัน
การดูดไขมันน่องขา เป็นอีกจุดที่ได้รับความนิยมในการรับทำหัตถการ เนื่องจากเป็นบริเวณที่เมื่อมีไขมันแล้วจะทำให้ขาดูใหญ่และไม่สมส่วน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ต้องการให้ขาเรียวสวย
การดูดไขมันหน้าอกมักพบบ่อยในผู้ชายที่มีภาวะเต้านมโต (Gynecomastia) ทำให้ขาดความมั่นใจและไม่กล้าถอดเสื้อในที่สาธารณะ การดูดไขมันในบริเวณดังกล่าวจึงช่วยให้หน้าอกดูเป็นกล้ามเนื้อมากขึ้น
คุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมสำหรับการดูดไขมันนั้นประกอบไปด้วย
ในทางกลับกัน มีกลุ่มผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการดูดไขมันที่ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการนี้ ได้แก่
การดูดไขมันมีข้อดีและข้อเสียดังนี้
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดูดไขมันประกอบไปด้วย
ระยะเวลาพักฟื้นหลังดูดไขมันสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
การเตรียมตัวก่อนและหลังการดูดไขมันเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้การทำหัตถการมีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การทำความเข้าใจในเรื่องการเตรียมตัวก่อนการดูดไขมัน และการดูแลตัวเองหลังการทำหัตถการจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนและเร่งให้การฟื้นฟูดีขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
ในการเลือกใช้บริการดูดไขมัน ปัจจัยในการเลือกคลินิกก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ โดยมีเกณฑ์ในการเลือกพิจารณาดังนี้
ราคาการดูดไขมันที่ AMARA มีความแตกต่างกันตามปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้นัดปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและรับทราบราคาที่แน่นอน เนื่องจากแต่ละบุคคลมีความต้องการและสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน
สำหรับขั้นตอนการดูดไขมัน มีขั้นตอนที่ควรรู้ดังนี้
แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินสภาพผิวและชั้นไขมัน พร้อมรับฟังความต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับสภาพร่างกายและเป้าหมายที่ต้องการ
งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนทำหัตถการ งดยาต้านการแข็งตัวของเลือดและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
แพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสม โดยอาจเป็นยาชาเฉพาะที่หรือการดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และปริมาณไขมันที่ต้องการดูด
ฉีดน้ำยาพิเศษที่ประกอบด้วยยาชา น้ำเกลือ และยาหดหลอดเลือดเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อลดความเจ็บปวด ลดการสูญเสียเลือด และช่วยให้ไขมันแยกตัวได้ง่ายขึ้น การฉีดจะทำอย่างทั่วถึงในบริเวณที่จะทำการดูดไขมัน
แพทย์จะใช้เทคโนโลยีที่เลือกไว้ในการสลายและดูดไขมันออก โดยสอดแคนนูลาผ่านรูเปิดขนาดเล็ก 2-3 มิลลิเมตร เพื่อให้เกิดแผลเป็นน้อยที่สุด ระหว่างทำจะมีการวัดปริมาณไขมันที่ดูดออกและปรับแต่งรูปร่างให้เป็นธรรมชาติ
เมื่อดูดไขมันเสร็จ แพทย์จะปิดแผลด้วยวิธีพิเศษที่ช่วยให้แผลเป็นเล็กที่สุด จากนั้นจะสวมชุดกระชับพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อลดการบวม ช่วยให้ผิวกระชับ และป้องกันการเกิดรอยย่น ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องสวมชุดกระชับนี้ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
การดูดไขมันเป็นการปรับรูปร่างที่ให้ผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วง 3-6 เดือนหลังทำหัตถการ เมื่อการบวมลดลงและเนื้อเยื่อปรับตัวสมบูรณ์ รูปร่างจะกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการกำจัดเซลล์ไขมันออกอย่างถาวร ทำให้บริเวณที่ได้รับการรักษามีการสะสมไขมันน้อยลงแม้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ผิวหนังจะค่อย ๆ ปรับตัวจนเรียบเนียนขึ้น และที่สำคัญคือสัดส่วนโดยรวมของร่างกายจะมีความสมดุลมากขึ้น ส่งผลให้การแต่งกายทำได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การรักษาผลลัพธ์ในระยะยาวจำเป็นต้องควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
การดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับรูปร่างให้ได้สัดส่วน น้ำหนักอาจลดลงเล็กน้อยตามปริมาณไขมันที่ดูดออก
ควรทำความสะอาดแผลและเปลี่ยนผ้าพันแผลทันทีเมื่อเปียกชื้น พร้อมสวมชุดกระชับตลอดเวลา
ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ถาวรหากรักษาน้ำหนักให้คงที่และมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดี
การดูดไขมันในผู้ชายมีความแตกต่างกับการดูดไขมันในผู้หญิงเรื่องตำแหน่งที่นิยมทำและความหนาของชั้นไขมัน แต่เทคนิคการทำพื้นฐานเหมือนกัน
การดูดไขมันเป็นการศัลยกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจไม่รวมอยู่ในประกันสุขภาพหรือประกันชีวิต แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประกันที่เราทำเอาไว้ ว่าการศัลยกรรมอยู่รวมในเงื่อนไขประกันหรือไม่
ไม่เหมือนกัน เนื่องจากสรีระของผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกัน แต่ชุดกระชับสัดส่วนจะถูกออกแบบมาเพื่อกระชับรูปร่างโดยเฉพาะอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่า ผู้ชายใส่ชุดกระชับแล้วจะทำให้หุ่นผิดปกติไป
การนวดนั้นสำคัญอย่างมากหลังดูดไขมัน เพราะนอกจากจะช่วยกระชับสัดส่วน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและการฟื้นตัว ยังช่วยลดโอกาสการเกิดก้อนน้ำ Seroma ซึ่งจะไม่สามารถสลายได้เองหากไม่ใช้เครื่องนวดที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ไม่ควรนวดตัวหลังดูดไขมันเอง เพราะอาจทำให้ติดเชื้อ หรือเสี่ยงอักเสบกว่าเดิมได้
จะต้องนวดต่อเนื่องประมาณ 5-10 ครั้งขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการฟื้นตัวของแต่ละคน
จะต้องนอนหงายไปก่อนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ไม่แนะนำให้นอนตะแคงเพราะอาจจะทำให้แผลผ่าตัดอักเสบ และทำให้สัดส่วนออกมาผิดจากแผนการดูดไขมันได้
สำหรับเคสที่ใส่ชุดกระชับหลังดูดไขมันแล้วมีอาการคัน อาจเกิดจากการมีเหงื่อออกมาใต้ร่มผ้า แนะนำให้เตรียมชุดกระชับไว้อย่างน้อย 1-2 ชุดเพื่อให้มีเวลาซักทำความสะอาดและสับเปลี่ยนใส่ แต่ในกรณีที่คันเพราะผิวแห้งมาก แนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรรีบใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น เพราะอาจกระทบกับแผลหรือผิวบริเวณที่ดูดไขมันได้
การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหนึ่งในหัตถการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมสำหรับการกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยใช้เครื่องมือพิเศษสอดผ่านรูเปิดขนาดเล็กเพื่อดูดไขมันออก วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร โดยสามารถทำได้หลายตำแหน่ง เช่น ท้อง เหนียง ต้นแขน ต้นขา เอว สะโพก หลัง น่อง และหน้าอก ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการดูดไขมันจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วง 3-6 เดือนหลังทำหัตถการ เมื่อการบวมลดลงและเนื้อเยื่อปรับตัวสมบูรณ์ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ถาวรหากมีการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
หากกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์การดูดไขมัน ที่ AMARA พร้อมให้บริการดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่หลากหลาย พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินร่างกายเพื่อเลือกการดูดไขมันที่ตอบโจทย์ที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/liposuction