ดูดไขมันวางยาสลบ หรือ ดูดไขมันยาชา เลือกแบบไหนดี?

ดูดไขมันแบบวางยาสลบ

อยากดูดไขมัน แต่ก็มีความกลัวเจ็บนิด ๆ แอบกังวลหน่อย ๆ จะเลือกแบบไหนดีนะ ระหว่างดูดไขมันด้วยยาชา หรือดูดไขมันแบบวางยาสลบ ถ้าใครยังเลือกไม่ได้ เดี๋ยววันนี้ หมอมะปราง Amara Clinic จะมาอธิบายให้ฟังกันนะคะ

ขึ้นชื่อว่าการผ่าตัด หรือการรักษาภายในร่างกาย ที่ผ่านการใช้มีดในการเปิดปากแผล อาจจะฟังดูน่ากลัวและเจ็บมากใช่ไหมคะ แต่การจะเจ็บมากหรือเจ็บน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับระดับความไวต่อตัวกระตุ้นความเจ็บของคนไข้แต่ละคนค่ะ

รวมถึงการทำหัตถการที่แตกต่างกันไป วิธีระงับความเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด สามารถทำได้ด้วยการวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ และการฉีดยาชาค่ะ โดยการเลือกใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ สภาพร่างกายของคนไข้ และการพิจารณาของแพทย์เป็นหลักนะคะ

สำหรับการดูดไขมันปรับรูปร่าง กำจัดไขมันส่วนเกิน ก็ต้องใช้ยาระงับความเจ็บปวดเช่นกันค่ะ การดูดไขมันด้วยยาชา เป็นที่นิยมไม่แพ้วางยาสลบเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะเคสที่ดูดไขมันพลังน้ำ body-jet แทบไม่เจ็บเลย ซึ่งวิธีระงับความเจ็บปวดทั้งสองแบบนี้ มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป เรามาเริ่มกันที่การวางยาสลบกันก่อนเลยค่ะ

การวางยาสลบคืออะไร? ช่วยอะไรได้บ้าง


การวางยาสลบ (General anesthesia) เป็นการใช้ยา เพื่อให้คนไข้หมดสติ หลับไป หรืออยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น สะลึมสะลือ เพื่อเอื้อเฟื้อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ เหมาะสำหรับการผ่าตัดที่ต้องใช้ระยะเวลานาน และมีความเจ็บปวดมาก เช่น การดูดไขมันทั้งตัว หรือดูดไขมันในเคสที่มีปริมาณไขมันมาก ๆ

เมื่อดูดไขมันแบบวางยาสลบแล้ว คนไข้จะไม่รู้สึกตัวค่ะ ความเจ็บปวดก็จะน้อยลง แต่ยังต้องมีการฉีดยาชาด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวดมากหลังจากฟื้นตัวแล้ว แต่ปริมาณยาชาที่ใช้ในเคสที่มีการวางยาสลบ จะน้อยกว่าเคสที่ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ค่ะ

ดูดไขมันอันตรายไหม

การวางยาสลบนั้น จะต้องถูกวางด้วยวิสัญญีแพทย์เท่านั้น ที่เป็นแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ยาชาและการวางยาสลบ หมอผ่าตัดทั่วไปหรือพยาบาลก็ไม่สามารถทำได้นะคะ เพราะมันไม่ปลอดภัยเท่าวิสัญญีแพทย์ค่ะ (ก่อนจะดูดไขมันแบบวางยาสลบ ต้องเช็ควิสัญญีแพทย์ก่อนค่ะ)

ในช่วงของการปรึกษาก่อนดูดไขมัน หมอจะมีการพูดคุยเป็นพิเศษ สำหรับคนไข้ที่ต้องการวางยาสลบ รวมไปถึงการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และแนะนำการเตรียมพร้อมก่อนวางยาสลบด้วยค่ะ จากนั้น หมอก็จะแจ้งประวัติของคนไข้ให้วิสัญญีแพทย์ทราบ เพื่อวางแผนในการใช้ยาสลบอย่างเหมาะสม

ในวันที่ดูดไขมัน ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะมีวิสัญญีแพทย์เข้ามาเช็คความพร้อมอีกครั้ง อาจมีการซักถามประวัติเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยง ที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาสลบลงค่ะ เพราะการดูดไขมันแบบวางยาสลบ จะทำในช่วงที่ร่างกายคนไข้พร้อม หรือแข็งแรงเท่านั้นนะคะ

ข้อดีของการใช้ยาสลบ ระหว่างดูดไขมัน

  • หมอดูดไขมันได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าคนไข้จะเจ็บ
  • หมอดูดไขมันได้อย่างเต็มที่ ดูดได้เยอะตามที่ต้องการ
  • คนไข้ไม่ต้องรับรู้ความเป็นไปในห้องผ่าตัด ไม่รู้สึกตัว
  • หมอดูดไขมันออกมาได้ง่าย และรวดเร็วมากขึ้น
  • เหมาะกับคนไข้ที่กลัวการผ่าตัด หรือกลัวเจ็บมากที่สุดค่ะ

ข้อเสียของการใช้ยาสลบ ในการดูดไขมัน

  • มีผลข้างเคียง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ มากกว่าการฉีดยาชา

ผลข้างเคียงจากการวางยาสลบ

ผลข้างเคียงจากการวางยาสลบ จะเกิดขึ้นในช่วงแรก ยาวนานตั้งแต่หลายนาที ไปจนหลายชั่วโมง ผลข้างเคียงนี้ เป็นอาการที่ไม่ร้ายแรง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคนค่ะ

  • มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ตัวสั่น หนาวสั่น
  • รู้สึกวิงเวียนศีรษะ มีอาการหน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีอาการสับสน มึนงง หรือสูญเสียความทรงจำชั่วครู่ ชั่วคราว
  • เมื่อยาสลบหมดฤทธิ์ และคนไข้รู้สึกตัว จะมีความรู้สึกเจ็บปวดจากการผ่าตัด
  •  มีความเจ็บปวด และเกิดรอยช้ำ ในบริเวณที่ทำการฉีดยาสลบ
  • มีอาการปัสสาวะยากมากขึ้น ในช่วง 12 ชั่วโมงแรก

ภาวะแทรกซ้อนจากการวางยาสลบ

ภาวะแทรกซ้อน อาจเกิดขึ้นได้ แต่เกิดกับคนไข้น้อยราย ภาวะแทรกซ้อนจากการวางยาสลบมีทั้งไม่ร้ายแรง และร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคน และมาตรฐานในการวางยาสลบ ของคลินิกดูดไขมันค่ะ (ทาง Amara Clinic ไม่เคยมีเคสแบบนี้เกิดขึ้นค่ะ)

  • คนไข้รู้สึกตัวขณะผ่าตัด (เกิดขึ้นได้น้อย) แต่เมื่อฟื้นแล้ว คนไข้จะจำไม่ได้ว่าตัวเองรู้สึกตัวตื่น
  • ภาวะสับสนทางจิตใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว
  • อาการแพ้ยาสลบอย่างรุนแรง และฉับพลัน (พบได้น้อย) อาการดังกล่าวคือ ความดันโลหิตต่ำ, หลอดลมบวม, ตัวบวม, หายใจลำบาก, มีผื่น และความรู้สึกตัวน้อยลง
  • การเสียชีวิต รุนแรงที่สุด และเกิดได้น้อยที่สุด ซึ่งในปัจจุบันแทบไม่มีแล้ว อาจเกิดได้จากภาวะแทรกซ้อน หรืออาการเจ็บป่วยอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อในปอด, ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน, เส้นเลือดในสมองแตก หรือตีบตัน, อุณหภูมิในร่างกายสูงจัดอย่างฉับพลัน, กล้ามเนื้อเกร็ง หดรัดแน่น หรือหยุดทำงาน, เลือดเป็นกรด, เลือดไหลไม่หยุด เป็นต้น

ใครมีความเสี่ยง ที่ไม่ควรวางยาสลบ?

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางโรค ได้แก่โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคไต, โรคปอด หรือโรคอ้วน เป็นต้น
  • ผู้ที่อยู่ในสภาวะความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea)
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก และดื่มเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ด้วยเช่นกัน
  • ผู้ที่ตนเอง หรือคนในครอบครัว มีประวัติการแพ้ยาสลบ
  • ผู้ที่กำลังใช้ยารักษา ที่ส่งผลให้มีภาวะเลือดออกเพิ่มขึ้น เช่นยาแอสไพริน

การวางยาสลบก็มีทั้งข้อดี และข้อเสีย นะคะ ซึ่งมีภาวะแทรกซ้อนที่ค่อนข้างอันตรายเป็นอย่างมาก การให้ความร่วมมือในการซักประวัติของแพทย์ และวิสัญญีแพทย์จึงสำคัญมาก เพื่อให้แพทย์และวิสัญญีแพทย์ ได้วางแผนการวางยาสลบ ยาชาอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเตรียมรับมือแก้ปัญหา หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เพื่อที่จะได้รับมือ รักษา และแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ต่อไปเราจะพูดถึงการใช้ยาชากัน ไปอ่านกันต่อได้เลยค่ะ

การฉีดยาชาคืออะไร? ต่างกับยาสลบยังไง

ทำหน้าอก

ยาชาที่เราใช้ในการดูดไขมัน คือยาชาเฉพาะที่ หรือ Local Anesthetics เป็นยาที่ใช้ เพื่อระงับความรู้สึก หรือระงับความเจ็บปวด โดยยาชาเฉพาะที่จะมีความปลอดภัยมากกว่าการวางยาสลบ คนไข้ไม่ต้องอยู่ในสภาวะเสี่ยง และคนไข้จะรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา สามารถพูดคุยโต้ตอบกับแพทย์ได้ ปริมาณของยาชาที่ใช้ จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว สภาพร่างกายของคนไข้ และการพิจารณาของแพทย์

ซึ่งทางทีมแพทย์ Amara Clinic จะใช้ยาชาในปริมาณที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน ไม่ใช้มากจนเกินความเหมาะสม เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้ค่ะ

ข้อดีของการใช้ยาชาเฉพาะที่

  • คนไข้รู้สึกตัวตื่นอยู่ตลอดเวลา
  • คนไข้สามารถโต้ตอบกับแพทย์ได้
  • คนไข้ไม่ต้องอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น
  • ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร ก่อนการดูดไขมัน

การออกฤทธิ์ของยาชาเฉพาะที่

แพทย์จะฉีดยาชาเข้าไปในบริเวณที่ต้องการดูดไขมัน (ต้นแขน, ต้นขา, หน้าท้อง, เหนียง และน่อง) โดยจะใช้เวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 2-3 นาที ซึ่งยาชาเฉพาะที่ จะเข้าไปยับยั้งการส่งกระแสประสาทความรู้สึกเจ็บ ที่จะถูกส่งไปยังสมอง ทำให้คนไข้จึงไม่รู้สึกเจ็บ แต่จะรับรู้ได้ถึงแรงกด และการเคลื่อนไหวในบริเวณดังกล่าวค่ะ

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาชาเฉพาะที่

ผลข้างเคียงของยาชาเฉพาะที่ มักจะเกิดขึ้นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก หลังรับยาชา เพราะว่ายาชายังอยู่ในร่างกายเรา และยังไม่ถูกขับออกมานั่นเองค่ะ คนไข้สามารถขับยาชาออกได้โดยการปัสสาวะ ดื่มน้ำในปริมาณมาก ดื่มเกลือแร่ เพื่อทดแทน และขับยาชาออกไปจากร่างกาย เมื่อยาชาถูกขับออกไปแล้ว อาการก็จะค่อย ๆ หายไป

อาการดังกล่าวได้แก่

  • วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด บ้านหมุน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัดเจน
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • อาการเหน็บชา
  • รู้สึกปวดและมีรอยช้ำ ในบริเวณที่ฉีดยาชา
  • อาการชาต่อเนื่อง ชานานกว่าปกติ
  • อาการแพ้ยา เช่น มีผดผื่นคัน, หน้าบวม ตัวบวม, หายใจติดขัด, มีอาการชัก, หัวใจเต้นแรง จนไปถึงหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ (พบได้น้อย)

ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาชาเฉพาะที่

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง มักเกิดขึ้นในกรณีที่คนไข้ได้รับยาชาที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปค่ะ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อเป็นพิษที่ระบบประสาทส่วนกลาง และบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจ และส่งผลให้มีอาการดังต่อไปนี้ได้

  • เวียนหัว หน้ามืด เป็นลม
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • มีอาการง่วงซึ่ม
  • มีอาการชาที่ปากและลิ้น พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง
  • ประสาทการรับรสเปลี่ยนไป คล้ายมีรสโลหะอยู่ในปาก
  • เห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว ตากระตุก
  • หูอื้อ หรือมีเสียงก้องภายในหู

ภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงจากการใช้ยาชาเกินขนาด อาจทำให้คนไข้มีอาการป่วยอื่นเกิดขึ้นได้

  • อาการกระวนกระวายใจ
  • ตัวสั่น มีอาการกระตุกบริเวณ กล้ามเนื้อมือ หรือใบหน้า อาจทำให้ชักได้
  • ภาวะเลือดเป็นกรด ออกซิเจนในเลือดต่ำ อาจทำให้หายใจล้มเหลวได้
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความโลหิตต่ำ ส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ดูดไขมันที่ Amara Clinic วางยาสลบ หรือฉีดยาชา?

Amara Clinic ศูนย์ดูดไขมันปรับรูปร่างเฉพาะทาง เรามีการระงับความเจ็บปวดระหว่างดูดไขมัน ทั้งการฉีดยาชาเฉพาะที่ และการวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ค่ะ เครื่องดมยาสลบรุ่นใหม่ เครื่องมือและยาฉุกเฉินพร้อม รวมไปถึงห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ มาตรฐานระดับสากลด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ทางเอมาร่าคลินิก มีเครื่องดูดไขมันพลังน้ำbody-jet ที่ใช้พลังงานน้ำ ในการสลายไขมันอย่างอ่อนโยน และดูดไขมันออกมาอย่างนุ่มนวม ไม่ใช้พลังความร้อนในการสลายไขมัน จึงทำให้คนไข้เจ็บน้อย การใช้ยาชาจึงเพียงพอต่อการระงับความเจ็บปวดแล้ว

ทางเอมาร่าคลินิก เรามีวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง ดูแลคนไข้ก่อนดูดไขมัน ระหว่างดูดไขมัน และหลังการดูดไขมัน สำหรับคนไข้ที่กลัวเจ็บมาก และพร้อมยอมรับความเสี่ยงจากการวางยาสลบ ทั้งนี้การเลือกใช้วิธีระงับความเจ็บปวดจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์เป็นหลักค่ะ

ทำไมต้องดูดไขมันที่ Amara Clinic?

Amara Clinic

1. ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ทางเอมาร่าคลินิก เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ระดับอาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันและเติมไขมัน โดยจบหลักสูตรการดูดไขมันระดับพื้นฐาน (Basic Liposuction) และการดูดไขมันระดับสูง (Advance Liposuction) จากประเทศเกาหลีใต้

อีกทั้งยังเข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับการดูดไขมันในระดับนานาชาติ (FATS: Forum of Adipose Tissue and Stem Cell) เพื่ออัพเดทความรู้ และเทคนิคใหม่ ๆ อยู่เสมอ เราเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย เรื่องการดูดไขมันด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ Body-jet และเติมไขมันหน้าด้วยเทคนิค Hybrid Technique มีรีวิวเยอะที่สุดในประเทศไทย!!

  • Body-jet Education Center : ศูนย์การสอนดูดไขมัน-เติมไขมัน ด้วย body-jet
  • The Most body-jet Users : คลินิกที่มีเคสดูดไขมันพลังน้ำเยอะที่สุด
  • No. 1 in Asia of Procedures Done in 2020 & 2021 : คลินิกที่มีเคส J Plasma เยอะที่สุดในทวีปเอเชีย
  • ได้รับรางวัล LEADER OF BODY-JET® LIPOSUCTION AND FAT TRANSFER จากงาน AESLA AWARDS 2023
ทีมแพทย์ดูดไขมัน

2. เทคนิคเฉพาะตัว
Amara Clinic มีเทคนิคพิเศษเฉพาะตัว เพื่อให้รูปร่างหลังดูดไขมันออกมาสวยงามมาที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคดูดไขมันหน้าท้อง เทคนิคออกแบบรูปร่างก่อนดูดไขมัน หรือ…

  • เทคนิคเหลา Sexy Line 3D เน้นความมีมิติ สวยแบบธรรมชาติ
  • เทคนิคเติมไขมัน วางไขมันด้ววยเทคนิคเกาหลี ติดทนนาน
  • เทคนิคดูดไขมันเอวเอส 360° ดูดไขมันบริเวณหน้าท้องให้เรียบ พร้อมเหลาเอวให้มีความโค้ง เว้า เป็นสัดส่วน S Shape
  • เทคนิคการซ่อนแผลและเปิดแผลขนาดเล็ก ทำให้หลังดูดไขมันมาแล้ว แทบมองไม่เห็นแผล ช่วยให้คนไข้สามารถใส่ชุดอวดสรีระ เรือนร่าง ได้อย่างมั่นใจ

3. มีความละเอียด และปราณีตสูง

ทีมแพทย์เอมาร่าคลินิกมีความละเอียดและปราณีตสูง ใช้เวลาในการดูดไขมันและเติมไขมันประมาณ 3-6 ชั่วโมงต่อเคส เราออกแบบรูปร่างของคนไข้แบบเคสต่อเคส ไม่ดูดไขมันออกมากจนเกินไป หรือน้อยจนเกินไป เพื่อให้สัดส่วนรูปร่างของคนไข้ออกมาสวยสมส่วนที่สุดค่ะ

เปรียบเทียบเครื่องดูดไขมัน

4. เครื่องมือ และอุปกรณ์ทันสมัย
หมอเลือกใช้แต่เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เป็นเครื่องรุ่นใหม่ เป็นเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดจริง ๆ ค่ะ แม้ตัวเครื่องจะแพงแค่ไหนก็ตาม รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และผ่านการรับรองมาแล้วเช่นกัน

5. ดูแลอย่างใกล้ชิด เสมือนเป็นคนในครอบครัว
ทีมพยาบาล และเจ้าหน้าที่ พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นก่อนดูดไขมัน การดูแลระหว่างดูดไขมัน และการติดตามอาการหลังดูดไขมันอย่างใกล้ชิด เราดูแลและใส่ใจเสมือนเป็นคนในครอบครัว หมอติดตามเคสทุกสัปดาห์ค่ะ

6.บริการหลังดูดไขมัน
หลังการดูดไขมัน เรามีบริการ After Care เพียบ! แน่นอนว่าเครื่องมือที่หมอเลือกมาจะต้องดีจริง เห็นผลจริงค่ะ เช่น เครื่องนวด RF Venus Legacy ที่เป็นเครื่องที่แพงที่สุด ราคาแพงกว่าบ้านอีกค่ะ หรือตัวอย่างบริการอื่น ๆ เช่น

  • ห้องพักฟื้นระดับ VVIP หลังดูดไขมัน
  • ชุดกระชับหลังดูดไขมัน มีให้เลือกหลายแบบ
  • บริการทำความสะอาดแผล ตัดไหม
  • Thermatight นวดกระชับลดก้อนแข็ง
  • ฉายแสง LED ลดอาการบวม
  • Pico Laser เลเซอร์ลดเลือนรอยดำ
  • IPL Laser เลเซอร์ลดรอยแดง
  • บริการฉีดลดแผลเป็นนูน (คีลอยด์)

สรุป

        ใครที่อยากดูดไขมัน แต่ยังเลือกไม่ได้นะคะ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้เลยที่ Amara Clinic ทั้งสองสาขา เดี๋ยวหมอจะประเมินร่างกาย ซักประวัติ และดูความกังวลใจของคนไข้นะคะ ว่าเหมาะกับการดูดไขมันแบบยาชา หรือดูดไขมันแบบวางยาสลบมากกว่ากันค่ะ อยากสวย อยากหุ่นดี ต้อง Amara Clinic เลยค่ะ หมอรับประกันหุ่นสวย ปลอดภัยแน่นอน คลิกดูรีวิวดูดไขมันพิ่มเติม

ปรึกษาแพทย์ ฟรี!

ลงทะเบียน คลิกที่นี่
สาขารัชโยธิน 062-946-2397
สาขาราชพฤกษ์ 062-556-6623
สอบถามโปรโมชั่น LINE: @amaraclinic

KOL Trainer
แพทย์ผู้สอนดูดไขมัน Water-jet

พญ.กรพร สถิตวิทยานันท์ (หมอมะปราง)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี!


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย